"SINGER" ปิดดีลขายหุ้นกู้มูลค่ารวม 2,000 ล้านบาท เสนอขายนักลงทุนสถาบันและหรือนักลงทุนรายใหญ่ ผลตอบรับแรงเกินคาด มียอดจองและขายหมดเกลี้ยง แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตโควิด-19 นักลงทุนมองเห็นศักยภาพและโอกาสเติบโต โดยหุ้นกู้ที่ออกมีอายุ 3 ปี 6 เดือน อัตราดอกเบี้ย 5.75% ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567 ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้

     กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ซิงเกอร์ประเทศไทย หรือ SINGER เปิดเผยถึง ความสำเร็จในการออกหุ้นกู้ในครั้งนี้ตอกย้ำให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในปัจจัยพื้นฐานและฐานะการเงินของบริษัทฯ ตลอดจนการขยายธุรกิจเพื่อเป้าหมายการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคต โดยธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน "รถทำเงิน" มีความโดดเด่น ในขณะที่สินเชื่อแบบเช่าซื้อ (Hire Purchase) ก็ยังแข็งแรง รวมทั้งตัวแทนขาย SINGER มีการขยายทีมและเชี่ยวชาญในการเจาะตลาดทั่วประเทศ ทำให้ในช่วงที่ผ่านมาผลประกอบการมีเสถียรภาพ สร้างความเชื่อมั่นต่อผู้ลงทุน และทำให้มีการสั่งจองหุ้นกู้ในรอบนี้เข้ามาตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ โดยเสนอขายให้แก่นักลงทุนสถาบันและหรือนักลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 19 และ 22-23 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับดีเกินคาด

     โดยบริษัทฯ ออกและเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ ครั้งที่ 1/2564 มูลค่าไม่เกิน 2,000 ล้านบาท อายุ 3 ปี 6 เดือน ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2567 อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5.75% ต่อปี ชำระดอกเบี้ยทุกๆ 3 เดือนตลอดอายุหุ้นกู้ทั้งนี้ โดยวงเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นกู้นี้เพื่อใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดชำระในเดือนมีนาคม 2564 และ/หรือ รองรับการขยายธุรกิจของบริษัท และ/หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

     บุษบา กุลศิริธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสจี แคปปิตอล จำกัด หรือ SGC บริษัทในเครือของซิงเกอร์ ซึ่งประกอบธุรกิจการให้บริการด้านสินเชื่อทั้งสินเชื่อเช่าซื้อสินค้า (Hire Purchase, HP) และสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน “รถทำเงิน” หรือ C4C เปิดเผยว่า

     “บริษัทจะนำเงินที่ได้รับจากการเสนอขายหุ้นกู้ครั้งนี้ ไปใช้ในการลงทุนเพื่อขยายพอร์ตของสินเชื่อของบริษัท ทั้งในส่วนของพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase) และ พอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) ซึ่งในปีที่ผ่านมาพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้ออยู่ที่ 3,155 ล้านบาท และพอร์ตสินเชื่อรถทำเงินอยู่ที่ (C4C) 3,449 ล้านบาท โดยในปี 2564 นี้ บริษัทฯ จะเดินหน้าขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโต หรือมีสินเชื่อทะยานแตะระดับ 10,000 ล้านบาท โดยเฉพาะสินเชื่อรถทำเงินเป็นพอร์ตที่มีอัตราดอกเบี้ยดี และความเสี่ยงต่ำ จะยังมีโอกาสเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ประกอบกับ กำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงอยู่ระดับที่ดี แม้จะเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา”

     สำหรับการเสนอขายและออกหุ้นกู้ของ SINGER ในครั้งนี้ มีบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด บริษัทหลักทรัพย์ โนมูระ พัฒนสิน และ บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่าย ทั้งนี้ SINGER จัดอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้อยู่ในระดับ BBB- แนวโน้ม Stable โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2563

     กิตติพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “แผนการเสนอขายหุ้นกู้ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยม ถือเป็นการขยายฐานนักลงทุนหุ้นกู้ของบริษัท และสะท้อนความสามารถจัดหาแหล่งเงินทุนที่เหมาะสม ผมในฐานะผู้บริหาร ขอขอบคุณผู้ลงทุนทุกท่านที่ให้การสนับสนุน SINGER ในครั้งนี้ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพื่อพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในอนาคตข้างหน้า และคาดว่าผลประกอบการปี 2564 จะเป็นปีที่ดีที่สุดของ SINGER อีกปีหนึ่ง โดยเฉพาะธุรกิจสินเชื่อรถทำเงิน ที่มองว่าจะเป็น New S-Curve ของเรา”

     นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนออกหุ้นกู้ในปี 2564 ประมาณ 3,600 ล้านบาท โดยจะเน้นใช้ในการขยายสินเชื่อ และชำระหุ้นกู้ที่ครบกำหนด ซึ่งในปี 2564 มีหุ้นกู้ที่ครบกำหนดชำระประมาณ 950 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 1/2564 ทุกอย่างยังเป็นไปตามแผน สินเชื่อยังเติบโตตามเป้าหมาย ทั้งพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (Hire purchase) และพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) และปีนี้คาดว่ากำไรของบริษัทจะทำสถิติสูงสุดตลอดกาล (All Time High) เป็นผลจากการขยายพอร์ตสินเชื่อให้เติบโต 50% หรือมีสินเชื่อแตะระดับ 10,000 ล้านบาท จากการรุกขยายสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง